กันแดดเกาหลีกับญี่ปุ่นต่างกันยังไง? เรื่อง "กลิ่น" กับ "หลุดง่าย"
ในบอร์ดถามตอบของ @cosme ญี่ปุ่น มีคนที่สนใจ Laser Sunscreen ของ CELL FUSION C ถามว่า "กันแดดเกาหลีกับญี่ปุ่นต่างกันตรงไหน" มีคำตอบ 20 รายการ
คำตอบส่วนใหญ่ว่าอย่างไร
- คำตอบที่เจอบ่อยสุดคือ "ส่วนผสมต่างกัน"
- ของเกาหลีดูเน้นส่วนผสมบำรุงและความชุ่มชื้น
- หลายคนบอกว่ากลิ่นแรงกว่า ถ้าไม่มีน้ำหอมก็จะซื้อแล้ว
- หลายคนว่าของญี่ปุ่นติดทนและประสิทธิภาพดีกว่า ส่วนของเกาหลีหลุดง่ายกว่า
- ในทางกลับกัน มีคนเลือกของเกาหลีเพราะแพ้แอลกอฮอล์
- มีคนเตือนอย่างใจเย็นว่า ถ้าไม่ได้หิ้วเอง ของที่ขายในญี่ปุ่นก็ทำตามกฎญี่ปุ่น สุดท้ายคือเรื่องความชอบ
กระทู้สรุปว่าให้เลือกตามกลิ่น ความติดทน และการตอบสนองของผิว มากกว่าตัดสินว่าใครชนะ
หมายเหตุจากทีมงาน ถ้าต้องการกันแดดที่ทนเหงื่อและน้ำ ให้ดูสัญลักษณ์ "กันน้ำ UV ★/★★" บนบรรจุภัณฑ์ญี่ปุ่น สมาคมอุตสาหกรรมเครื่องสำอางญี่ปุ่นนำวิธีวัดตามมาตรฐาน ISO 18861 มาใช้เป็นมาตรฐานสมัครใจตั้งแต่ 1 ธันวาคม 2022 ถ้าสินค้าแบรนด์เกาหลีที่ขายในญี่ปุ่นมีสัญลักษณ์นี้ ก็วัดด้วยวิธีเดียวกัน
คุณสลับใช้กันแดดเกาหลีกับญี่ปุ่นไหม? อะไรเป็นตัวตัดสิน?
กระทู้ต้นทาง: @cosme Q&A — กันแดดเกาหลีกับญี่ปุ่นต่างกันยังไง · อ้างอิง: JCIA
0
ตามหน้าถามตอบของสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องสำอางญี่ปุ่น จำนวนดาวใน "กันน้ำ UV ★/★★" บอกระดับความกันน้ำ ไม่ได้บอกว่าอยู่ได้กี่ชั่วโมง ไม่ว่ามีดาวหรือไม่ แนะนำให้ทาซ้ำทุก 2–3 ชั่วโมงและหลังเช็ดด้วยผ้าขนหนู นิสัยการทาซ้ำมักสร้างความต่างมากกว่าการเป็นของเกาหลีหรือญี่ปุ่น อ้างอิง: JCIA — ถามตอบเรื่องฉลากกันน้ำ UV